[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
วิทยาลัยเทคโนโลยีบ้านโป่งบริหารธุรกิจ
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
link banner

  " BTECH  Fanpage " 

จังหวัดราชบุรี
กองวิจัยตลาดแรงงาน
กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

link banner
e-Learning


  

  หมวดหมู่ : ข่าวประชาสัมพันธ์
เรื่อง : "วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ วันเข้าพรรษา 2563
โดย : admin
เข้าชม : 42
จันทร์ ที่ 6 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2563 ปักหมุดและแบ่งปัน
     


             วันเข้าพรรษา 2563 ตรงกับวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พระสงฆ์นิกายเถรวาทจะจำพรรษาที่วัดใดวัดหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 และสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11

ประวัติวันเข้าพรรษา

       ในอดีตสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดการจำพรรษาในวันเข้าพรรษาไว้ พระสงฆ์ผู้ที่เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้เหยียบย่ำพืชผลชาวบ้านที่ปลูกไว้ในฤดูฝน สัตว์น้อยใหญ่ที่ออกหากินบนผิวดินถูกเหยียบย่ำ ชาวบ้านได้รับความเสียหาย เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้าจึงเกิดการบัญญัติเรื่องวันเข้าพรรษาไว้ให้ภิกษุจำพรรษาอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน

ตามประวัติบันทึกไว้ ประเพณีวันเข้าพรรษามีระบุไว้ตั้งแต่สมัยสุโขทัย เกี่ยวกับการทำบุญวันเข้าพรรษาของพระมหากษัตริย์ และประชาชน เกี่ยวกับการถวายผ้าอาบน้ำฝนและถวายเทียนพรรษา

การเข้าพรรษาตามพระวินัย มี 2 แบบ ได้แก่

  • เข้าพรรษาตามปกติ เรียกว่า “ปุริมพรรษา” - เริ่ม แรม 1 ค่ำ เดือน 8 หากมีเดือน 8 สองหนก็จะเริ่มในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาครบ 3 เดือน ก็จะมีสิทธิ์รับกฐิน
  • เข้าพรรษาหลัง เรียกว่า ปัจฉิมพรรษา - เริ่ม แรม 1 ค่ำ เดือน 9 และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ในกรณีที่พระภิกษุติดกิจต้องเดินทางไกลหรือมีเหตุสุดวิสัยให้ไม่สามารถเข้าพรรษาในรอบแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ได้

กรณีพระภิกษุต้องออกไปจำพรรษาที่อื่น สามารถขออนุญาตทำได้ เรียกว่า “สัตตาหกรณียะ” และต้องกลับมาภายใน 7 วัน เพื่อไม่ให้พรรษาขาด ไม่ถือว่าอาบัติ ได้แก่

  • พระภิกษุต้องดูแลบิดามารดาที่เจ็บป่วย
  • ทำสังฆกรรม อาทิ จัดหาอุปกรณ์ซ่อมกุฏิที่ชำรุด
  • ทายกนิมนต์ให้ไปทำบุญค้างคืน

ความสำคัญวันเข้าพรรษา

ในวันเข้าพรรษาที่มักตรงกับฤดูการเกษตรนี้ชาวบ้านจะปลูกพืชผล และภิกษุสงฆ์จะจำวัดเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ส่วนพุทธศาสนิกชนก็ร่วมบำเพ็ญกุศล ตักบาตร ถวายเทียนพรรษา รักษาศีล โดยความสำคัญของวันเข้าพรรษามี 5 ข้อ ดังนี้

  • พืชผลที่ชาวบ้านปลูกเป็นต้นกล้า จะได้เติบโตแข็งแรงไม่ถูกทำลายจากกรณีกิจของพระสงฆ์ที่ต้องเดินทางรับกิจนิมนต์
  • ให้พระภิกษุสงฆ์ได้หยุดพักผ่อนจากการเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนา
  • พระภิกษุสงฆ์จะได้ฝึกปฏิบัติธรรมสำหรับตนเองเพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรม
  • บวชเรียนบุตรหลานที่ถึงวัยบวช หรือบรรพชา เพื่อเป็นกำลังในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
  • เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศล ถือศีล เจริญภาวนา ฟังเทศน์ ถวายเทียนพรรษา และถวายผ้าอาบน้ำฝน

พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่จำพรรษาจนครบ จะได้สิทธิ์ยกเว้นพระวินัย 5 ข้อ ดังนี้

1. เที่ยวเดินทางออกจากวัดโดยไม่ต้องแจ้งเจ้าอาวาสหรือพระสงฆ์รูปอื่นได้
2. เที่ยวเดินทางได้โดยไม่ต้องถือจีวรครบ 3 ผืน
3. ฉันล้อมวงแบบคณะโภชน์ได้
4. เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
5. เก็บจีวรเมื่อมีผู้มาถวายได้ หากเกินกว่าไตรครอง โดยไม่ต้องสละเข้ากองกลาง

กิจกรรมวันเข้าพรรษา

เมื่อใกล้ถึงวันเข้าพรรษา พระภิกษุสงฆ์ในอาวาสต่างๆ จะเตรียมตัวซ่อมแซมบูรณะวัดให้พร้อมแก่การจำพรรษา เจ้าอาวาสจะเป็นผู้ประกาศ “วัสสูปนายิกา” เกี่ยวกับการเข้าพรรษาไว้อย่างชัดเจน และหลังจากจบประกาศแล้วก็จะมีการขอขมาลาโทษกันเพื่อให้พระสงฆ์ในวัดมีความสามัคคีกัน

การเริ่มต้นจำวัดเข้าพรรษา พระสงฆ์สามเณร จะกล่าวคำอธิษฐานพร้อมกันว่า


อิมสฺมิ˚ อาวาเส อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปม 


พุทธศาสนิกชนนิยมเดินทางไปวัดเพื่อช่วยทำความสะอาด บูรณะสถานที่ต่างๆ ในวัดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พระภิกษุสงฆ์ที่จะอยู่จำพรรษา รวมถึงเตรียมตัวเพื่อถวายทานอื่น ๆ อาทิ

  • บวชบุตรหลานที่อายุถึงวัยบรรพชา
  • ถวายผ้าอาบน้ำฝน
  • ถวายเทียนพรรษา
  • ถวายหลอดไฟ
  • ตักบาตร

การถวายเทียนพรรษา

การถวายเทียนพรรษาในประเทศไทย มักนิยมทำมาแต่โบราณ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์และสามเณร ได้มีแสงสว่างใช้อ่านคัมภีร์ ศึกษาพระธรรม แต่เนื่องจากปัจจุบันนี้มีไฟฟ้าใช้แล้ว ก็นิยมถวายหลอดไฟเพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานมากขึ้น


นอกจากกิจกรรมภายในวัดแล้ว ทางรัฐบาลได้ประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และมีแคมเปญรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจาก สสส. เป็นกิจกรรมที่นิยมงดดื่มสุราเป็นระยะเวลา 3 เดือน ที่ร่วมทำกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เพื่อให้ประชาชนหันมาดูแลตับ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย ซึ่งการงดเหล้าเป็นส่วนหนึ่งของการถือศีล 5 ด้วย กิจกรรมงดเหล้าจึงสอดคล้องกับหลักธรรม พุทธศาสนิกชนจึงนิยมปฏิบัติงดเหล้าอย่างเคร่งครัด


ที่มา : กรมศาสนา






Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

ข่าวประชาสัมพันธ์5 อันดับล่าสุด

      กิจกรรม เนื่องในวันเฉลิมพระชมพรรษา ๘๘ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ ศาลาประชาคม (ริมน้ำ) อำเภอบ้านโป่ง 12/ส.ค./2563
      เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน 12/ส.ค./2563
      กิจกิจกรรมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ 11/ส.ค./2563
      การประชุมคณะกรรมการบริหารวิทยาลัย ครั้งที่ ๑ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓ 7/ส.ค./2563
      กิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชมพรรษา ๖๘ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ณ ศาลาประชาคม (ริมน้ำ) อำเภอบ้านโป่ง 28/ก.ค./2563





ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ btechschool@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป